tiktee 的个人资料อาตี๋น้อย ณ นานา照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
อาตี๋น้อย ณ นานาแฮปปี้เบิร์ดเดย์นะคะ...พี่ขิงวันนี้ (9 ต.ค.) เป็นวันเกิดพี่ขิง เป็นวันที่เรียบง่ายมากมายสำหรับตี๋ ตี๋ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ พี่ขิง เราห่างกันอย่างน้อยๆ ก็ 700 กิโล เลยทำได้แค่โทรบอกแฮปปี้เบิร์ดเดย์พี่ และคิดว่าวันนี้จะทำตัวน่ารักๆ ให้พี่ขิงมีความสุขที่สุด แต่แล้วตี๋ก็ก่อเรื่องตามคอนเซปต์ "ตี๋...วันๆ ก่อแต่เรื่อง" วันนี้เป็นวันที่ตี๋งานเยอะมากๆ แล้วก็เร่งมากๆ งานมันเร่งจนหลงลืมที่จะดูแลใจคนใกล้ใจ ตี๋เหวียงใส่พี่ขิงชุดใหญ่ โทษฐานที่ไม่ช่วยงานตี๋เลย ในขณะที่ตี๋กำลังรีบร้อน ทั้งๆ ที่ตี๋ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปใน MSN งานมันเร่งจนหลงลืมความห่วงใย กลับแปลเจตนาเป็นความดูดาย ลืมไปว่าสื่อสารผ่าน MSN อาจจะมีความผิดพลาดได้สูง ทั้งจากระบบโปรแกรม และการคุยกันโดยใช้เพียงข้อความสั้น งานมันเร่งจนหลงลืมไปว่า วันนี้พี่ขิงคงอยากฟังคำรักจากตี๋มากกว่าคำเย็นชา ตี๋ขอแก้ตัวด้วยการเขียนเรื่องนี้ พร้อมกับบันทึกคำหวานๆ ลงบล๊อคเอาไว้แล้วกันนะคะ บันทึกให้รู้ว่าตี๋รู้สึกผิด และบันทึกไว้ให้คำหวานๆ อยู่ในบล๊อคนี้ได้อีกนานเท่านาน แม้ว่าวันเกิดจะผ่านไปแล้วก็ตาม บันทึกไว้ว่า "แฮปปี้เบิร์ดเดย์ค่ะที่รัก...น้องตี๋รักพี่ขิงมากมายก่ายกองเลยนะคะ" ปล.ถึงวันนี้งานจะยุ่ง แต่ช๊อคโกแล็ตที่พี่อยากได้ ตี๋ยังไม่ลืมนะคะ ด้วยอาลัยแห่งรัก..."ซันเต๋อ" ซันเต๋อจากพวกเราไปแล้ว ซันเต๋อเป็นหมาน้อยที่มีเลือดผสมระหว่าง ปอม กับสปิ๊ด ซันเต๋อตัวไม่ใหญ่ไปกว่าหมาพันธุ์สปิ๊ดด้วยกัน แต่ซันเต๋อก็ตัวใหญ่มากเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ปอม พวกเราจึงเรียกซันเต๋อว่าปอมยักษ์ ซันเต๋อเข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัวของเราเมื่อตอนเจ้ติ้งยังมีชีวิตอยู่ เจ้ติ้งอยากมีปอมไว้เลี้ยงสักตัว แฟนเจ้ติ้งฟังเสียงรบเร้าไม่ไหว ก็เลยไปซื้อมาจากฟาร์ม ตอนนั้นซันเต๋อตัวเล็กนิดเดียว เจ้ติ้งเฝ้าประคบกระหงมน่าดู ซันเต๋อก็น่ารักน่าดูเหมือนกัน เวลาผ่านไปได้ 6 เดือน เจ้ติ้งถูกคนร้าย ซึ่งเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ยิงเสียชีวิต เหตุการณ์นั้น พวกเรารู้สึกเหมือนมีใครมากระชากหัวใจเราออกไป เวลานั้นซันเต๋อก็อยู่กับเจ้ติ้งด้วย คงเพราะความตกใจ ซันเต๋อจึงวิ่งหนีหายไป พวกเราพยายามถามหา แต่ก็ไม่เจอ พวกเราจัดงานศพให้เจ้ติ้ง เวลาแห่งความโศกเศร้าผ่านไปหลายวัน แต่จู่ๆ ก็มีข่าวให้เราดีใจว่า เจอ "ซันเต๋อ" แล้ว มันวิ่งเข้าไปในบ้านคนแถวนั้น แถวที่เกิดเหตุร้ายของเจ้ติ้งนั้น เจ้าของบ้านเขาเลยดูแลให้ พวกเราดีใจกันมากที่รู้ข่าว อย่างน้อยสิ่งที่เจ้ติ้งรัก และอยู่กับเจ้ติ้งในช่วงเวลาสุดท้ายก็ยังมีชีวิตอยู่ เหมือนเราได้ของรักคืนมา ตอนเห็น "ซันเต๋อ" รู้เลยว่ามันคือสิ่งที่จะมาทดแทนความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวเรา ตั้งแต่นั้นมา "ซันเต๋อ" ก็ทำหน้าที่นั้น และเหมือนมันรู้...มันเอาใจ และอยู่ใกล้ๆ หม่ำม้ามากเป็นพิเศษ ถ้าใครกอดหม่ำม้า ซันเต๋อก็จะกระโดดไปให้หม่ำม้ากอดบ้าง เอามือของมันแกะมือหม่ำม้าที่กอดคนอื่นอยู่ ให้ไปกอดมันแทน ดูสิคะ มันทั้งฉลาด และขี้อิจฉา พวกเรารักมันเหมือนสมาชิกคนนึงในบ้าน เหมือนแก้วตาดวงใจ เวลาฉันกลับบ้าน มักจะพูดล้อเล่นทักทาย "ซันเต๋อ" ว่า "ไหน...ซันเต๋ออยู่ตรงไหน" ซันเต๋อก็จะวิ่งโผเข้ามาหา ให้ฉันเกาท้องให้ เรามักจะนอนอยู่ข้างๆ กัน มีฉันกับซันเต๋อบ้าง หรือไม่ก็มีหม่ำม้า มีฉัน แล้วก็ซันเต๋อ หรือไม่ก็มีเตอเตอร์เพิ่มมาอีกหนึ่ง หรือไม่ก็มีเต้ยเพิ่มมาอีกคน แต่วันนี้เราจะไม่ได้นอนด้วยกันอีกต่อไป "ซันเต๋อ" ถูกรถกระบะในซอยบ้านทับตาย ตอนที่กำลังเดินเล่นอยู่ในซอยบ้าน ไม่มีบาดแผลภายนอก ไม่มีเลือด มีเพียงเสียงร้องเพียงครั้งเดียวก่อนจากพวกเราไป ตอนนี้ฉันอยากจะถาม "ซันเต๋อ" อีกครั้ง ว่า "ไหน...ซันเต๋ออยู่ตรงไหน" ซันเต๋อ อยู่ดีมั้ย อยู่กับเจ้ติ้ง กับป๊า กับอาม่ารึเปล่า??? ฉัน...........??? เสียใจเหลือกิน เสียใจที่สุด นี่โชคชะตาจะไม่อนุญาตให้ฉันรัก หรือผูกพันกับอะไรอีกแล้วใช่มั้ย เหมือนมีใครกระชากหัวใจของฉันออกไป เหมือนครอบครัวเราทุกคนถูกควักหัวใจเอาไปบดขยี้ซ้ำอีกครั้ง เจ็บปวดเหลือเกิน ฉันเขียนเรื่องราวนี้ เพื่อระบายความอัดอั้นภายในใจ และเพื่อไว้อาลัยให้กับ "ซันเต๋อ" คิดในอีกแง่ ซันเต๋อได้ทำหน้าที่เยียวยาหัวใจพวกเรามาร่วม 2 ปีเศษแล้ว เราก็ควรจะเข้มแข็งกับการสูญเสียเจ้ติ้งได้แล้ว และระหว่างที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เราก็ได้แบ่งปันความรักให้กันและกันในทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เมื่อวันนี้ไม่มี "ซันเต๋อ" แล้วเราก็ต้องเข้มแข็ง ทำใจกับความสูญเสียที่ไม่ทันตั้งตัว และคิดเสียว่า "ซันเต๋อ" ไปดีแล้ว ต่อไปเขาจะได้ไปเกิดเป็นสิ่งที่ดีๆ มีชีวิตที่ดีๆ ไม่ต้องมาเป็นหมาเหมือนทุกวันนี้ ขอให้ "ซันเต๋อ" ไปดีนะ ด้วยอาลัยแห่งรัก 17 ส.ค. สุขสันต์วันเกิดค่ะป๊าวันนี้วันเกิดป๊า ผ่านมาอีก 1 ปีแล้วนะคะ ป๊าสบายดีมั้ย ตี๋อยากรู้จังเลย แต่ป๊าซะอย่าง ตี๋เชื่อว่า อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข ตามประสาหนุ่มเจ้าสำราญ ส่วนตี๋ สบายดีตามอัตภาพค่ะ ปีนี้ตี๋มีเรื่องยินดีั ยินร้ายอยู่หลายเรื่องนะคะ ยินดี เมื่อต้นปีได้ขึ้นบ้านใหม่ มีบ้านของตัวเองสมความตั้งใจ และความพยายามมานาน ตี๋รักบ้านหลังนี้ค่ะ มันคือน้ำพักน้ำแรงของตี๋ และครอบครัวของเรา ยินดีเมื่อตี๋ได้เข้ามาเป็น นักศึกษา ป.โท วารสาร ธรรมศาสตร์ ตี๋ดีใจมาก หม่ำม้าก็ดีใจ ป๊าก็คงดีใจใช่มั้ยคะ ตี๋ทำได้ดังที่เคยคุยกับป๊า ว่าตี๋อยากเรียนโทที่นี่ บอกป๊า ว่าตี๋อยากเรียนไปเป็นอาจารย์ อยากเป็นผู้ประสิทธิประศาสตร์ความรู้ แนวความคิดดีๆ ให้กับคลื่นลูกใหม่ เอาไปรับใช้สังคม บางที ความรู้ ความคิดที่ตี๋มี อาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ได้ ตี๋ยังจำได้ ทั้งสีหน้า แววตา และคำพูดของป๊า ที่ดีใจกับความคิดของตี๋ ตอนนี้ตี๋กำลังเดินตามฝันนั้น ป๊าคอยดูนะคะ ยินร้าย ในเรื่องการงาน ตี๋ทำงานนิตยสารกับพี่ปูค่ะ ป๊าจำพี่ปูได้ใช่มั้ย กิจการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จนสุดท้ายบริษัทเราก็ต้องปิดกิจการลงไป ตอนที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี ตี๋คิดถึงป๊ามากเลยนะคะ "มาก...มาก" ตี๋อยากให้ป๊าอยู่ใกล้ๆ คอยให้คำแนะนำ และกำลังใจกับตี๋ แต่ความจริง ก็คือความจริง ชีวิตไม่ได้สวยงาม สุขสมหวังเสมอไป ตี๋ยอมรับได้ค่ะ และสุดท้ายก็คิดใหม่ได้ว่า เมื่อไม่มีป๊า นี่ก็จะเป็นโอกาสให้ตี๋ได้เติบโต เข็มแข็งขึ้น ตี๋จะเผชิญ และผ่านมันไปให้ได้ค่ะ ตอนนี้ตี๋และพี่ปูกำลังพยายามกันอยู่ ป๊าคอยดู คอยเป็นกำลังใจ เป็นแรงบรรดาลใจ และอวยชัยให้ตี๋ กับพี่ปูด้วยนะคะ สุดท้าย...เหมือนเดิมค่ะป๊า ติ๊กตี๋คนนี้จะใช้ชีวิตอย่างงดงาม Happy Birth Day ค่ะป๊า แสนรัก แสนอาลัย...
ลูกของป๊า
เขียนด้วยใจด้วยความที่ฉันได้มีโอกาสทำงานเขียนในนิตยสาร เจเจ ช้อปปิ้ง ไกด์ เกือบทุกข้อเขียนของฉัน จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องสัมภาษณ์แหล่งข้อมูล และแทบทั้งหมดของบุคคลที่ฉันสัมภาษณ์ ก็คือพ่อค้า แม่ขาย ที่ทำมาหากินอยู่ในสวนจตุจักรบ้าง ประตูน้ำบ้าง กิจการจะเล็ก - ใหญ่ ก็ตามแต่ปัจจัยหลายๆ อย่างของแต่ละบุคคล งานสัมภาษณ์ ทำให้ฉันได้พบปะ พูดคุยกับผู้คนหลากรส หลายสไตล์ บ้างมีชีวิตที่หวือหวา เต็มไปด้วยอุปสรรคขวางหนามให้ฝ่าฟัน ลุกแล้วล้ม ล้มแล้วลุก แต่ยังสู้ บ้างก็มีชีวิตแสนเรียบง่าย เย็นๆ ใจกันไป จากจังหวะของชีวิตที่ถูกจัดวางไว้อย่างดี แต่ทุกผู้คนที่ฉันสัมภาษณ์ ล้วนมีมุมมองความคิดที่แตกต่าง และทรงคุณค่า ในงานนี้ทำให้ฉันค้นพบว่า แง่คิดดีๆ มิใช่จะมาจากแค่ในตำรา นักปราชญ์ บุคคลที่มีชื่อเสียง หรือเฉพาะแค่คนในสังคมชั้นสูง แต่เสียงของคนตัวจ้อย ทำงานหาเช้ากินค่ำ เหล่านี้ ล้วนมีความงาม ซ่อนอยู่ งามบนพื้นฐานของความเป็นจริงที่เผชิญ งามด้วยด้วยน้ำตา งามด้วยรอยยิ้ม งามด้วยใจ ด้วยตัวตน ด้วยผลงาน ด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง ที่สำคัญสำหรับฉันเหลือเกิน คือทุกครั้งที่ฉันสัมภาษณ์ พวกเขาไม่เพียงแบ่งปันเรื่องราวของตัวเองกับฉันเท่านั้น แต่พวกเขามักจะแบ่งปันสิ่งล้ำค่าที่สุดแก่ฉัน นั่นคือ "พลังใจในชีวิต" ช่วงเวลาระหว่างการบอกเล่าเรื่องราว พวกเขาก็ได้ถ่ายเทเชื้อไฟ มาจุดประกายในชีวิตฉันเสมอ นี่คือสิ่งมีค่า ที่ทรงพลัง และเพราะคุณค่าของพลังเหล่านี้ ฉันจะไม่ลืม...ไม่ลืมเด็ดขาดว่าทุกครั้งที่ฉันเขียน ฉันควรมีหน้าที่ใช้เชื้อไฟที่ถูกจุดขึ้น เป็นพลังงาน ถ่ายทอดพลังใจของพวกเขา ส่งต่อเป็นแรงบรรดาลใจ ไปยังคุณคนอ่านที่น่ารักของฉันทุกคน ผ่านเจเจ ช้อปปิ้ง ไกด์ นิตยสารที่ฉันหวังว่าจะมีโอกาสได้มีส่วนร่วมในการก่อร่างสร้างสรรให้เป็นพื้นที่อธิบาย ถ่ายทอดชีวิตพ่อค้าแม่ขาย คนธรรมดา ได้อย่างชัดเจน ทรงคุณค่า และงดงามตลอดไป อาร์ตตัวอะไรหลายวันก่อนได้ดูเดี่ยว 7 ของคุณพี่โน้ต อุดม แต้พาณิชย์ นับถือว่ายังคงความสด สาระที่เคล้าเสียงฮานั้น เฉียบคม ทรงอิทธิพล จนเป็นคำพูดติดปากอย่าง ลำปางหนาวมาก ที่ตอนนี้พ่อค้าหัวใส เอาคำของพี่ท่าน ไปสกรีนเสื้อขายโกยเงินเรียบร้อยแล้ว อีกคำที่น่าสนใจ "อาร์ตตัวแม่" โอ้ สะท้อนพฤติกรรมของสาวๆ และแฟนหนุ่มได้แบบ...โดนใจใช่เลย มากไปกว่านั้นต้องบอกว่า สิ่งที่พี่ท่านพูดถึงอาร์ตตัวแม่ มันสะท้อนปัญหาระดับประเทศกันเลยทีเดียว ในขณะที่สาวๆ ช่างไร้เหตุผล เอาแต่ใจ และตำหนิกล่าวโทษแฟนหนุ่มอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่สาวเจ้าไม่ยอมผิด และคิดว่าชายหนุ่มไม่ได้ดั่งใจ ในขณะที่สาวเจ้า คอยตามเป็นดั่งเงาไม่เคยห่าง เพราะชายหนุ่มเคยบอกช่วงจีบกันใหม่ๆ "ผมเหงา" ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องของคน 2 คน แล้วถ้าลองมองเชิงมหภาพ ว่าเป็นเรื่องของคน 2 กลุ่มดูบ้างล่ะ ในขณะที่พันธมิตรบอกว่า เราจะยึดทำเนียบ ยึดรัฐสภา ใครจะไป จะมา ต้องผ่านเราก่อน ยืนยันนี่คือการรบครั้งสุดท้าย เราจะต้องชนะ สถานการณ์บ้านเมืองเราตอนนี้ พันธมิตรกำลังจะเตรียมบุกยึกรัฐสภาอีกครั้ง เพื่อไม่ให้รัฐบาลเข้าไป แก้ไขรธน. ทั้งที่รัฐบาลบอกว่า ต้องการเพียงมติในเรื่องของการประชุมผู้นำอาเซียนเท่านั้น ยืนยัน ไม่ได้จะไปยุ่งกับ รธน. ในขณะที่พันธมิตรบอกว่า จะอย่างไร เราก็จะเคลื่อนพลล้อมรัฐสภาอยู่ดี และอย่าบีบบังคับให้ประชาชนต้องจับปืน ในขณะที่พันธมิตรบอกว่า การชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา วันที่ 24 พ.ย. นี้ ถ้ามีใครต้องตายอีก มันคือความผิดของรัฐบาล ในขณะที่พันธมิตรคอยตามติดเป็นเงา ตรวจสอบรัฐบาลไม่ห่าง (ไม่ห่างแบบไม่มีเหตุผล) เพราะ คนเคยๆ เคยบอกกันไว้ ฉันมิใช่นอมินี ในขณะที่จุดยืนของสาวเจ้าพันธมิตรบอกว่า "รัฐบาล" ต้องออกไป ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะไม่สงบสุข มึงไหน?? ก็มึงไง มึงนั่นแหละ...ประชาชน เฉพาะประชาชนเท่านั้นนะ พันธมิตร กับรัฐบาล ไม่เกี่ยว แล้วอย่างนี้ไปคิดเอาว่า ทั้งพันธมิตร และรัฐบาลมันคืออาร์ตตัวอะไร? ปล. ออกตัวก่อนว่า มันเป็นเพียงทัศนะของฉัน พี่โน้ต ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเด้อ |
||||
|
|